ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประเพณีสำคัญของชาวใต้ที่ควรรู้

รีวิว-ชานม-@ร้านสะดวกซื้อในไต้หวัน
รีวิว ชานม @ร้านสะดวกซื้อในไต้หวัน   
20/10/2017
Show all

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประเพณีสำคัญของชาวใต้ที่ควรรู้

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประเพณีสำคัญของชาวใต้ที่ควรรู้

หากพูดถึงการแห่ผ้าขึ้นธาตุประเพณีแห่ผ้าขึ้นโอบฐานเจดีย์พระบรมธาตุเมืองนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช สมัยโบราณเรียกประเพณีนี้ว่า “ประเพณีแห่พระบฏขึ้นธาตุ” (ผ้าพระบฏ ก็คือ ผ้าผืนยาวและใหญ่และมีการเขียนรูปพุทธประวัติต่างๆลงบนฝืนผ้านั้น) จะมีการปฏิบัติ ๒ วัน คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา และวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ

พิธีกรรมของประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุหรือประเพณีแห่พระบฏขึ้นธาตุ ในสมัยโบราณ จะจัดเป็นขบวนอันใหญ่โอและเอิกเกริกเพียงขบวนเดียว นอกจากมีผ้าพระบฏ ยังมีสำรับอาหารคาว,หวาน กระบุงหรือกระจาดที่ใส่ผักสด ผลไม้  ของแห้ง และประดับด้วยธงที่ทำมาจากผ้าสีต่างๆ นำไปถวายพระสงฆ์ที่วัดด้วยวิธีสลากภัต โดยสลากภัตคือ วิธีการถวายภัตตาหารพระสงฆ์ด้วยการให้พระสงฆ์จับสลาก

แต่ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ ที่มาร่วมงานแห่ผ้าขึ้นธาตุจะมาจากต่างถิ่น ต่างคนต่างมา และมีการเตรียมผ้ามาเอง ใครที่มีความพร้อมก่อนก็แห่ผ้าขึ้นธาตุก่อนได้ โดยเมื่อขบวนแห่ของผู้ใดแห่มาถึงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) จะทำการเวียนประทักษิณ รอบพระบรมธาตุจำนวน 3 รอบ แล้วนำผ้าพระบฏเข้าสู่วิหารนั่นเอง โดยแต่ละกลุ่มจะส่งตัวแทนไปประมาณ 3 ถึง 5 คน เพื่อไปกับเจ้าหน้าที่ของทาง เพื่อนำผ้าพระบฏขึ้นโอบรอบพระบรมธาตุเจดีย์จะเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ

ประวัติของประเพณีนี้มีตำนานเล่าว่า ราวปี 1773  มีชาวพุทธจากเมืองอินทปัต แห่งกัมพูชา กลุ่มหนึ่งได้เดินทางไปยีงเกาะลังกา เพื่อนำผ้าพระบฏไปบูชาพระเขี้ยวแก้ว แต่แล้วกลับเกิดเหตุคลื่นซัดจนกระทั่งเรือแตก ทำให้ผ้าพระบฏและชาวพุทธนับสิบคน จำต้องลอยไปติดริมฝั่งที่อำเภอ ปากพนัง ครั้นเมื่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราช ผู้ปกครองเมืองนครศรีธรรมราชในขณะนั้น ได้ทราบข่าวจึงได้สั่งให้นำผ้าพระบฏนั้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์เสีย เนื่องในโอกาสสมโภชพระบรมธาตุ และถือเป็นประเพณีที่แห่พระบฏขึ้นธาตุ โดยที่ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชทุกคนจะต้องปฏิบัติในทุกสมัยสืบทอดกันต่อไป

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

ประเพณีนี้ได้มีมาช้านานแล้ว เป็นประเพณีหนึ่งทางพุทธศาสนา ที่ควรอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป เพื่อแสดงความเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีต่อพุทธศาสนาสืบต่อไป…หันมาเที่ยวไทย จับจ่ายใช้สอยกันดีกว่า รับรองว่าในเมืองไทยของเรา ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่คุณยังไม่ได้ไปสัมผัสแน่นอน รับรองเลยว่าสวยงามตระการตาไม่แพ้ต่างประเทศ แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองไทยเรานั่นดีแค่ไหน