คราบยางมะตอย
รับมือง่ายๆกับ คราบยางมะตอย หรือคราบแมลง
04/05/2016
คลัทช์รถยนต์
มั่นดูแล คลัทช์รถยนต์ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
10/05/2016
Show all

7 สถานที่น่าท่องเที่ยวเมือง ปาย

ปาย

7 สถานที่น่าท่องเที่ยวเมืองปาย

สวัสดีครับ วันนี้ จะพาทุกท่านท่องเที่ยวเมืองปายเมืองแห่งมนตราที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดนะครับ เมือง ปาย นี้เป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งแต่ก็เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายสถานที่มาก ไม่ว่าจะเป็นสะพานประวัติศาสตร์ หรือ น้ำตก หรือไม่ว่าจะไปนอนค้างคืนที่ปายแล้วไปดุพระอาทิตย์ขึ้นหรือจะไปดุพระอาทิตย์ตกก็ยังมีนะครับ เมืองปายเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่เท่าไหร่นัก ทุกท่านสามารถนั่งเครื่องมาลงที่เชียงใหม่ แล้วต่อรถไปปายก็ได้นะครับ หรือบางท่านอยากมีความเป็นส่วนก็ก็แนะนำให้หาร้าน รถเช่าเชียงใหม่ ขับไปเองก็ยังได้ครับถือว่าเมืองปายเดี๋ยวนี้เดินทางแบบสะดวกสบายได้แล้วนะครับและตอนนี้เมืองปายก็ได้ปรับปรุงถนนเพื่อไว้ให้ทุกท่านที่ไปเยือนเมืองปายจะได้เดินทางอย่างสะดวกสบายนะครับ มาดูกันนะครับว่าแต่ละสถานที่มีที่ไหนบ้างของเมืองปายครับ

สถานที่แรก สะพานประวัติศาสตร์ (สงครามโลกครั้งที่2) อยู่ที่ท่าปาย

สะพานประวัติศาสตร์แห่งนี้ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีเรืองในด้านของอำนาจที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยประเทศญี่ปุ่นมีวัตถุประสงค์เพื่อจะใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงกำลังพลหรืออาวุธสงครามสู่พม่าเช่นเดียวกันกับสะพานที่ข้ามแม่น้ำแคว ในอดีตนั้นสะพานแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางของประชาชนทั่วไปครับ จนถึงกระทั่งในปัจจุบันก็ได้มีการก่อสร้างสะพานคอนกรีตที่มีมาตรฐานขึ้นมาแทนที่ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดสำคัญของเมืองปายไปแล้วครับในช่วงเวลานี้ นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางผ่านบนสะพานได้อย่างสะดวกสบาย และถ่ายรูปได้ไว้เป็นที่ระลึกได้และยังมีนิทรรศน์ที่การเกี่ยวของกับประวัติความเป็นมาของสะพานแห่งนี้อีกด้วย และเมืองปาย ต้ังอยู่ที่หน้าสะพานอีกด้วยนะครับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะเดินทางมาถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกหรือเป็นไว้ดูเพื่อไว้ดุว่าครั้งหนึ่งเคยไปเที่ยวในสถานแห่งนี้ และในการเดินทางเท้าข้ามสะพานแห่งนี้นั้น เพื่อเป็นที่ระลึกในการที่ทุกท่านมาเยือน อ.ปาย ในปัจจุบันแห่งนี้ สะพานแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีบอร์ดนิทรรศการที่ให้ความรู้ ความเป็นมาของเมืองปายให้แก่นักท่องเที่ยวได้ศึกษา และสะพานไปเป็นจุดถ่ายรูปในยามเย็นที่สวยงามากๆอีกด้วยนะครับ รอบๆบริเวณที่ตั้งของสะพานเมืองปายแห่งนี้ในปัจจุบันจะมีร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ และร้านขายอาหาร มาตั้งคอยให้บริการกันกับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกในบริเวณนี้ได้และมีร้านกาแฟอร่อยตั้งอยู่ใกล้ๆสะพานร้านหนึ่งนะครับ นั้นก็คือ “ร้านกาแฟ คอฟฟี่ทีสะพาน (Coffee tea sapan)” ร้านแห่งนี้บรรยากาศดีและมีมุมให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปสวยๆเพียบ และยังมีที่พักบริเวณใกล้ๆแถวสะพานแห่งนี้นั้นหลายแห่งนะครับ สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศแบบธรรมชาติคือกางเต้นท์ริมน้ำ แนะนำเลย บรรยากาศที่สุดฟินและแปลกใหม่ประทับใจอีกด้วยครับ

ปาย

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ชอบเซลฟี่: ในช่วงเวลาที่ถ่ายรูปสวยๆที่สุดนั้นก็จะเป็นช่วงเย็นนะครับ ถ่ายตรงที่สะพานปายจะสวยมากเลยนะครับ

สถานที่ สอง คือการล่องแพที่แม่น้ำปาย

แม่น้ำปายแห่งนี้เป็นแม่น้ำสายที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแม่อ่องสอน และมีแหล่งของต้นน้ำที่มาจากเทือกเขาถนนธงชัยและเทือเขาแดนลาวที่อยู่ในเขตของ อ.ปาย แล้วก็ไหลลงมาสู่ทิศใต้มาตามหุบเขาต่างๆที่ผ่านอำเภอเมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วก็ไหลไปบรรจบกันกับแม่น้ำสาระวิน เป็นเขตของรัฐคะยา ที่สหภาพเมียนม่าห์ ท้องน้ำแห่งนี้จะมีลักษณะเป็นกรวด ทราย ในฤดูแล้งน้ำจะลึกประมาณ 1 เมตร สามารถให้ท่านล่องแพได้เป็นช่วง ๆ แล้วแต่ละช่วงว่าจะสามารถชมทัศนียภาพที่สวยสดงดงามของธรรมชาติและที่ป่าเขา โดยธรรมชาติของลำน้ำอำเภอปาย ในบางช่วงของฤดู ระดับน้ำไม่เท่ากันแต่ในช่วงฤดูฝนน้ำแม่น้ำจะไหลเชี่ยวมาก และน้ำจะมีความเยือกเย็นตลอดทั้งปี ในการล่องแพจึงที่จะต้องจำเป็นต้องอาศัยผู้ที่เชี่ยวชาญในท้องถิ่น ทั้งนี้ในช่วงที่เหมาะสมต่อการล่องแพคือช่วงของเดือนตุลาคม ไปจนถึง มีนาคมนะครับ ในตลอดเส้นทางของการล่องแพในแม่น้ำปายจะผ่านป่าเขาอันเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ และผ่านจุดสถานที่ท่องเที่ยวในหลายแห่ง เช่น น้ำตกซู่ซ่า บ่อน้ำพุร้อนริมแม่น้ำปาย ฯลฯ และที่สำคัญนั้นก็คือจุดที่ต้องล่องแพผ่านแก่งหินที่มีกระแสน้ำเชี่ยวกรากมาก ซึ่งมีประมาณราว 15 จุด ส่วนแต่ละจุดนั้นมีระยะทางตั้งแต่ 50ไปจนถึง300 ม.เลยทีเดียวนะครับ ในช่วงน้ำหลากนี้ท่านสามารถจัดระดับความยากของการล่องแก่งนั้นได้ถึงระดับเกรด 3 (เป็นระดับคลื่นใหญ่ที่มีความสูง 1ถึง2 ม. น้ำไหลแรงมาก มีแอ่งน้ำวนใหญ่ ที่มีโขดหินขวางสายน้ำ อาจหาช่องทางในการล่องได้ยากมาก และต้องใช้ทักษะการพายเรืออีกด้วยนะครับ)

สถานที่สามสำหรับคนชอบเล่นน้ำ นั้นคือ บ่อน้ำร้อนเมืองแปง

บ่อน้ำร้อนเมืองแปงแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองแปง เป็นบ่อน้ำร้อนที่ขนาดใหญ่และห่างออกจากอำเภอปายไปราวประมาณ 28 กม. บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้มีอุณหภูมิของน้ำร้อนสูงถึง 95 องศาเซลเซียส เลยทีเดียวและพลุ่งขึ้นเป็นระยะๆ น้ำร้อนที่ไหลเป็นสายธารผ่านก้อนหินที่มีใหญ่น้อยที่ลดหลั่นกันลงไปนั้นอยากจะบอกว่าสวยงามมากและมีสภาพเป็นธรรมชาติมากด้วยนะครับในการเดินทาง โดยใช้เส้นทางหลวงของหมายเลข 1095 (ปาย-แม่มาลัย) และท่านแยกเข้าสาย 1265 ด้านขวามือของท่านตรงบริเวณหลักกม.ที่ 85-86 ที่ใกล้กับหน่วยพิทักษ์และรักษาป่าแม่น้ำปิงเป็นทางลาดยาง มีป้ายบอกทางให้ท่านไปจนสุดทางลาดยางมีสะพานไม้เล็กๆที่อยู่ขวามือของท่าน ต้องเดินเท้าเข้าไปต่ออีกราวประมาณ 150 เมตร ที่อยู่ทางไปบ้านวัดจันทร์และจะแยกกันเมื่อขับรถไปได้ราวประมาณ เกีอบ 20 กม.ครับ

สถานที่สี่ คือ น้ำตกแม่เย็น

สำหรับท่านที่ชอบเที่ยวหรือนักท่องเที่ยวที่มีเวลาและมีความอดทนในตัวเองสูงนั้น น้ำตกแม่เย็นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติของ อ.ปาย เพราะต้องเดินทางเท้าที่เป็นระยะทางค่อนข้างไกลพอสมควร และใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับก็ราวประมาณ 8 กม. (ใช้เวลา3-5 ชั่วโมง) แต่เมื่อได้ไปเห็นความงดงามของน้ำตกแห่งนี้แล้วก็เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยจริงๆครับ  เพราะน้ำตกแม่เย็นแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่ฮี้ เป็นบ่อน้ำพุร้อนแบบธรรมชาติที่ไหลมาจากใต้ดินและมีไอน้ำร้อนปกคลุมพื้นที่ จากที่จอดรถต้องเดินเท้าต่อไปอีกนั้นเป็นระยะทางราวประมาณ 300 ม. เลียบเลาะไปตามลำธารน้ำร้อนที่ไหลมาจากบ่อ ในบางช่วงเป็นแอ่งน้ำสามารถลงแช่น้ำได้เลยนะครับ และบริเวณรอบ ๆก็เป็นผืนป่าไม้สักที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากครับ

สถานที่ห้า คือ โป่งน้ำร้อนท่าปาย (อาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนกัน)

สถานที่โป่งน้ำร้อนท่าปายแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติของห้วยน้ำดัง อยู่ใกล้กับตัวเมืองปาย เหมาะที่จะมาเล่นน้ำ และอาบน้ำแร่ ชนิดที่ว่าเป็นธรรมชาติเพราะเขามีบ่อแช่ให้แบบธรรมชาติมากจริงๆ ไม่ได้เป็นห้องเป็นอาคาร แต่เป็นบ่อตามสภาพเดิม และท่านยังสามารถเดินเที่ยวชม หรือจำทำกิจกรรมต้มไข่ก็ได้นะครับ ความร้อนก็อยู่ที่ราวประมาณ 80 องศาเซลเซียส ในบริเวณจุดกำเนิดน้ำแร่แห่งนี้คือโป่งร้อนที่อยู่ที่ท่าปายอยู่ในป่าของแม่ปายฝั่งซ้ายของตอนบนท้องที่ตำบลแม่ฮี้ โดยท่านเดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095ของ (ปาย – แม่มาลัย) ข้ามสะพานแม่น้ำปายจนถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 87 – 88 แยกซ้ายเข้าไปอีกราวประมาณ 2 กิโลเมตร ตรงทางเข้าท่านจะเห็นป้ายตั้งอยู่ค่อนข้างจะสูงและชัดเจนมาก ตามทางเข้าบ้านท่าปายนั้น เป็นทางลาดยางตลอดทั้งสายเลยนะครับ มีหมอกควันปกคลุมพื้นที่อยู่ตลอดสาย และมีน้ำร้อนไหลผ่านทั่วบริเวณที่กว้าง มีบ่อใหญ่สองบ่อ และนอกนั้นเป็นน้ำผุดมาจากหลายๆจุด ด้วยความร้อนราวประมาณ 80 องศาเซลเซียส โดยบริเวณรอบๆ โป่งน้ำร้อนเป็นป่าไม้สัก ที่อยู่ภายในบริเวณอนุญาตให้นั้ท่องเที่ยวตั้งเต็นท์พักแรมได้อีกเหมือนกัน แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ

ให้เลยนะครับ แต่จะมีร้านอาหารศูนย์คอยบริการอยู่ครับ

คำแนะนำสำหรับในการท่องเที่ยว : อยากให้เตรียมเสื้อผ้าไปเปลี่ยนเล่นน้ำที่นี้ด้วยนะครับ เพราะเป็นการอาบน้ำแร่ที่แบบธรรมชาติจริงๆนะครับ ในท่ามกลางป่าเขาลำธารน้ำที่ไหลร้อนๆ เหมาะมากในอากาศที่เย็นๆ และอีกอย่างหนึ่งจุดนี้เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติอีกด้วยนะครับ จะมีเสียค่าเข้าไปท่านละ 40 บาทสำหรับคนไทย เหมือนเป็นอุทยานแห่งชาติทั่วไป และสำหรับใครคนไหนที่อยากอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนแบบนี้ โดยการใช้บริการของเอกชนภาครัฐ พื้นที่ด้านนอกของอุทยาน ก็จะมีรีสอร์ท ที่ชื่อ ท่าปายฮอทสปริงคอยให้บริการท่านอยู่ จะมีห้องเป็นส่วนตัวหรือบ่อรวมที่สะอาด เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเล่นในน้ำลำธารอีกด้วยนะครับ

สถานที่หก สำหรับคนชอบธรรมชาติ นั้นก็คือ จุดชมวิวหยุนไหล (ชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น)

เป็นจุดชมวิวหยุ่นไหล ที่ตั้งอยู่ในปาย ที่เลยหมู่บ้านสันติชลเข้าไปราวประมาณ 1.6 กิโลเมตร ที่อยู่บนจุดชมวิวหยุ่นไหล สามารถมองเห็นได้ถึงทิวทัศน์ ในเมืองปายได้ 360 องศา ชมทะเลหมอกในยามเช้า พร้อมกับวิวของตัวเมืองในอำเภอปายที่สวยงามในอีกมุมมองหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยก็ว่าได้ในเขตอำเภอปาย เพราะสถานที่นี้เหมาะสำหรับการดูพระอาทิตย์ที่ขึ้นในยามเช้า เวลาหมอกลงเราอาจจะมองได้เห็นหมอกวิ่งผ่านหน้าของเราไปมาอย่างสวยสดงดงามล่ะครับ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่นิยมขึ้นมาชมในยามเช้า ก็ราวประมาณ ตี4.30 น. เพื่อที่จะรอชมดวงอาทิตย์ขึ้นนั้นเองครับ ทางขึ้นไปนั้นค่อนข้างลำบากนิดหน่อยครับ ควรใช้ รถ4WD หรือติดต่อที่ ในหมู่บ้านจีนสันติชลก็ได้ครับ จะมีรถที่นำเที่ยวขึ้นมาอีกด้วยครับ เนื่องจากทางขึ้นนั้นเป็นทางลูกรัง และเป็นเขาที่ลาดชัน ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวที่ชอบขับรถขึ้นเองนั้นเนื่องจากทางค่อนข้างจะแคบ หากผู้ที่ไม่คุ้นเคยชินกับเส้นทาง ในการเดินทางอาจจะทำให้ท่านเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเช่นกันครับ

%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1

ความหมายของทะเลหมอกหยุ่นไหลนั้น(ทะเลหมอกหยุนไหล) ในภาษาจีนกลางนั้น หมายถึงแหล่งที่เมฆของไหลมารวมกัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วนั้นเปรียบเสมือนคนจีนในยูนานที่กำลังอพยพมาจากเมืองจีน แต่ในที่สุดก็อพยพย้ายถิ่นฐานมารวมกันที่ หยุ่นไหลตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 440 เมตรเลยนะครับ

ในส่วนของการบริการก็มีให้นักท่องเที่ยว ดังนี้

– ในด้านของที่พักอาศัย จะให้บริการ นักท่องเที่ยวเต็นท์เช่า ,บ้านดิน,และอาหารเช้า โดยการคอยบริการในราคาที่ประหยัดกระเป๋าของท่าน และหากท่านใดอยากมาใช้สถานที่แคมปิ้งแห่งนี้ ก็จะคิดค่าบริการในการบำรุงสถานที่เพียงในท่านละ 20บาท เท่านั้นครับ

– ในทุกเช้าจะมีรถกระบะคันเล็กๆบริการรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ซึ่งรถจะจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ที่บริเวณในด้านหน้าศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน ในเวลาตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไปนะครับ ซึ่งการบริการรับส่งนี้จะให้บริการเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นนะครับ ในส่วนของผู้โดยสารนั้นนั่งได้ 10 คน ค่าบริการอยู่ที่ 300 บาทครับ

สถานที่สุดท้ายสำหรับคนชอบเล่นน้ำนั้นก็ คือ น้ำตกแพมบก

น้ำตกแพมบก น้ำตกแพมบกแห่งนี้จะมีลักษณะที่เป็นสายน้ำที่มีขนาดเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านจากหน้าผาผ่านช่องเขาสูงราวประมาณ 40 เมตร โดยแบ่งออกเป็น 8 ชั้นที่มีขนาดเล็ก ๆ และไหลลงมาตามช้องเขาไปจนถึงสะพานที่เราจอดรถไว้เบื้องล่าง นับเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอย่างมาก แต่ไม่เหมาะแก่ในการลงเล่นน้ำนะครับ ที่ตั้งของน้ำตกแพมบก ห่างจากพื้นที่กองแลน เพียงเล็กน้อย อยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 93 ให้คุณสังเกตป้ายหมู่บ้านแพมกลาง จากนั้นท่านก็ขับรถเข้าไปราวประมาณ 8 กิโลเมตร เส้นทางในช่วงแรกเป็นถนนคอนกรีตราวประมาณ 4กิโลเมตร ต่อจากนั้นจะเป็นทางเดินที่ลูกรัง ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางไปน้ำตกแพมบกเป็นอย่างมาก น้ำตกจะตั้งอยู่ในทางด้านขวามือของท่านบริเวณสะพานปูน ก่อนถึงหมู่บ้านแพมบกท่านจะมองเห็นสายน้ำที่ไหลออกมาได้อย่างชัดเจนเป็นอย่างสวยงามครับ ตัวน้ำตกที่ตั้งอยู่ภายในนักท่องเที่ยวใช้ความอดทนเดินเท้าขึ้นไปเพื่อไปชมส่วนรถยนต์นั้นสามารถจอดได้ที่บริเวณสะพานปูนด้านหน้าได้ครับ จากนั้นท่านเดินเท้าเข้าไปอีกราวประมาณ 150 เมตร ก็จะได้เห็นน้ำตกแล้วครับ