ผ่อนรถ
ทำอย่างไร ? เมื่อผ่อนรถไม่ไหว !
28/12/2016
hong-kong
16 ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวฮ่องกง
13/01/2017
Show all

หม้อน้ำรั่ว ทำไงดี?

หม้อน้ำรั่ว

หลายคนอาจจะเคยปวดหัวกับปัญหาเครื่องยนต์ที่ร้อนจัดจนควันท่วมรถ เพราะเนื่องจากหม้อน้ำที่อยู่ๆก็แห้งไปจนเครื่องจอดระหว่างขับขี่อยู่บนท้องถนน  โดยเฉพาะกับรถเก่าที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไปก็อาจจะมีโอกาสที่จะเจอปัญหา หม้อน้ำรั่ว นี้กันได้สูงเลยทีเดียว ปัญหานี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากกับผู้ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องเครื่องยนต์อยู่แล้ว แต่มันคือเรื่องใหญ่มากโดยเฉพาะกับผู้ขับขี่มือใหม่ และไม่รู้เรื่องเครื่องยนต์มากเท่าที่ควร

จริงๆแล้วปัญหานี้สามารถรู้ได้ล่วงหน้าจากการสังเกตเข็มวัดความร้อนที่แสดงอยู่บนหน้าบนคอนโซลหน้า และถ้าหากว่าเข็มเบนมากเกินครึ่ง นั้นหมายถึงรถกำลังมีความจัด สูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าสาเหตุของเครื่องยนต์มีความร้อนพุ่งสูงขึ้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ แต่ยังไงสาเหตุหลักก็มาจาก “ปัญหาหม้อน้ำแห้ง”

เมื่อมีปัญหานี้ควรทำอย่างไรต่อ ?หม้อน้ำรั่ว

  1. สิ่งแรกที่ควรจะทำเลยนั้นก็คือการตั้งสติ เพราะควันและความร้อนที่พุ่งออกมาจากฝากระโปรงหน้ารถจะยิ่งทำให้ ผู้ขับขี่หลายท่านตกใจกลัว ว่าจะกลายเป็นเพลิงลุกไหม้ และไม่ได้เร่งแก้ปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆเอาได้
  2. เมื่อเข็มความร้อนขึ้นสูง ก็ไม่ควรที่จะขับขี่กันต่อ โดยพยายามจอดข้างทางเลี่ยงบริเวณที่มีรถไม่มากนัก เพราะคุณอาจจะต้องจอดรถอยู่นานพอสมควร กว่าจะสามารถแก้ไขเครื่องยนต์และหม้อน้ำให้พร้อมใช้งานได้ ความปลอดภัยในการจอดจึงสำคัญมากเลยทีเดียว
  3. รีบเปิดฝากระโปรงรถขึ้นทันทีหลังจากจอดรถในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อระบายความร้อนที่กักอยู่ภายใต้กระโปรงให้ระบายออกมาข้างนอกได้ทันที ก่อนจะรอสักระยะจนเห็นว่าควันได้หายไป หรือเครื่องยนต์เย็นลงบ้างแล้วจึงค่อยๆเตรียมตัวเปิดหม้อน้ำต่อไป
  4. แนะนำให้ทุกคนพกถุงมือหนาๆ หรือผ้าหนาๆติดรถเอาไว้ด้วย เพราะนอกจากสามารถป้องกันเปื้อนได้แล้ว ยังสามารถป้องกันความร้อนจากการสัมผัสเครื่องยนต์และหม้อน้ำได้ สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดในการเปิดฝาระบายหม้อน้ำก็คือ “ไอความร้อนจัดที่พร้อมจะพุ่งออกมา อาจจะกระเด็นโดนหน้าโดนตาเอาได้”
  5. หลังจากเปิดฝาหม้อน้ำออกแล้ว ควรจะรอสักครู่เพื่อให้หม้อน้ำได้ระบายความร้อนบ้าง จึงค่อยสังเกตดูว่าระดับน้ำในหม้อน้ำลดลงน้อยเพียงใด หรือแห้งลงหรือยัง ก่อนจะนำน้ำสะอาดเติมเข้าไปในหม้อน้ำเพื่อเพิ่มความเย็นให้กับเครื่องยนต์ได้ทำงานอย่างเป็นปกติอีกครั้ง
  • หากในขั้นตอนการเติมน้ำเข้าไปในหม้อน้ำ พบว่ามีรอยรั่วซึมออกมาเพื่อเล็กน้อย ก็ค่อยๆเติมน้ำลงไปอย่างช้า ทิ้งช่วงให้เครื่องยนต์ได้พักประมาณ 5-10 นาทีก่อนจะขับรถออกไปช้า และเข้าอู่บริการทันที แต่ในระหว่างกายขับขี่อยู่นั้นควรสังเกตเข็มวัดความร้อนอยู่ทุกระยะ เพื่อไม่ให้ความสูงขึ้นจนเกินไป
  • หากในขั้นตอนนี้พบว่าเติมน้ำเข้าไป น้ำก็รั่วไหลออกหมด นั่นหมายถึงหม้อน้ำชำรุดหนัก อาจจะถึงขั้นแตกขนไม่สามารถกักน้ำเอาไว้ได้ ควรรีบแจ้งอู่เพื่อลากรถไปซ่อมทันที

 หม้อน้ำแห้ง

มันจะดีกว่าถ้าป้องกันไว้ก่อนแก้ปัญหา

  1. อย่างที่ได้เกริ่นไปว่าเหตุการณ์เช่นนี้สามารถป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา ผู้ขับขี่ทุกคนไม่ว่ามือใหม่ หรือมือเก่าก็ควรจะที่จะศึกษาคู่มือ การอ่านเข็มหน้าคอนโซล โดยเฉพาะเข็มวัดความร้อนที่จะเครื่องแจ้งเตือนปัญหาความร้อนของเครื่องยนต์อยู่ตลอดเวลา หากรู้ได้ก่อนเมื่อความร้อนสูงเกิน ก็สามารถป้องกันปัญหานี้ไว้ได้
  2. สำหรับรถที่มีอายุการงานเกิน 3 ปีขึ้นไป ควรตรวจเช็คสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สำหรับรถใหม่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจก็ต้องหมั่นตรวจเช็คเช่นเดียวกัน และก่อนที่จะเดินทางไกลทุกครั้ง ควรจะเปิดเช็คหม้อน้ำทุกครั้งว่าน้ำแห้งหรือไม่ หรือว่ามีรอยรั่วอยู่ที่จุดไหนบ้าง
  • วิธีการตรวจเช็คการสามารถได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองโดยการเติมน้ำสะอาดเข้าไปและทิ้งไว้สักครู่ ก็สามารถสังเกตระดับน้ำและรอยรั่วซึมได้ และเมื่อพบรอยรั่ว ในแต่ละจุดของหม้อน้ำ ไม่ว่าจะเป็น ปั้มน้ำ ครีบรังผึ้ง หรือแม้แต่ท่อยางของหม้อน้ำ ก็ควรจะรีบแก้ไขทันที ไม่ควรปล่อยเอาไว้ถึงแม้จะมีรอยเพียงเล็กน้อย

    1. รอยรั่วซึมอาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างขับขี่ เป็นผลให้น้ำในหม้อน้ำแห้งลงโดยไม่ตั้งตัว การเตรียมตัวสะอาดติดเราเอาไว้ตลอดเวลาก็เป็นอีกวิธีที่จะสามารถป้องกันปัญหาหม้อน้ำแห้งได้เป็นอย่างดี เพราะทุกครั้งที่สังเกตเห็นเข็มความร้อนเบนสูงขึ้น ก็ควรรีบจอดรถเติมน้ำทันที
    2. นอกจากตรวจเช็คอยู่เป็นประจำแล้ว การดูแลหม้อน้ำ โดยการถ่ายเท สิ่งสกปรกที่ค้างอยู่หม้อน้ำเป็นประจำทุกๆปี หรือ 6 เดือนสำหรับรถเก่า จะช่วยให้ระบบการทำงานของหม้อน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตรวจเช็คสภาพของหม้อน้ำอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

    รถเสีย

 

“ประเด็นที่สำคัญมากที่สุดของเรื่องนี้ก็คือ การสังเกต ป้องกันและเตรียมตัวเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ปัญหาที่น่าปวดหัวนี่เกิดขึ้นมา เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วราคาค่าซ่อมอาจจะเล่นเอาขนหน้าแข้งร่วงไปได้หลายเส้นเลยทีเดียว แต่หากถึงจุดที่ฉุกเฉินและเกิดปัญหาขึ้นจริงๆแล้วการใช้สติปฏิบัติตามวิธีที่ได้แนะนำกันไปก็จะช่วยให้สามารถแก้ปัญหานี่ได้อย่างไม่ยากเย็น”