ประกันภัยรถยนต์
เลือกซื้อประกันภัยรถยนต์อย่างไรให้โดนใจ !
20/12/2016
หม้อน้ำรั่ว
หม้อน้ำรั่ว ทำไงดี?
05/01/2017
Show all

ทำอย่างไร ? เมื่อผ่อนรถไม่ไหว !

ผ่อนรถ

หลายคนมีความฝันที่จะมีรถยนต์เป็นของตัวเองสักคัน เพื่อเติมเต็มความต้องการของตัวเองและ ก็มีอีกหลายคนถือว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างครอบครัว อีกทั้งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลก็มีนโยบายรถคันแรกออกมาช่วยเติมเต็มความฝันของใครหลายคนได้ จุดนี้จึงเป็นแรกจูงใจให้หลายคนเลือกที่จะซื้อรถในช่วงนี้กันมากมาย

แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสมหวังกันทั้งหมด 100% เพราะการซื้อรถสักหนึ่งคันคือการสร้างหนี้ก้อนโต คนที่ไม่เจอปัญหาใด การเงินไม่ติดขัดก็ยังสามารถผ่อนชำระได้ตามปกติ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่สามารถรับภาระหนี้สินก้อนโต ก้อนนี้ไหว จนสุดท้ายรถยนต์คันนั้นก็ต้องโดนยึด โดนขายทอดตลอดกันไปในที่สุด

 ผ่อนรถ

ทำอย่างไร ? เมื่อผ่อนรถไม่ไหว ! 

 เพราะการเป็นเจ้าของรถหนึ่งคัน เพียงแค่เงินดาวน์ไม่กี่หมื่นบาทจะสามารถการันตีได้ว่า “รถยนต์” คันนี้จะเป็นของคนคนนั้นตลอดไป โดยเฉพาะผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมที่มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 15,000 – 30,000 บาทถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากพอสมควรที่จะไม่สามารถผ่อนรถไหวจนครบกำหนด เพราะการมีรถเพิ่ม 1 คันไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเฉพาะค่างวดรถยนต์ แต่นั้นหมายถึงการเพิ่มค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าประกันภัย ค่าทางด่วน ค่าจุกจิกเพิ่มเติมมากมายนับไปถ้วน”

 “สัญญาณอันตราย หากผิดนัดชำระจะเป็นอย่างไรบ้าง ?

  1. หากผิดนัดงวดแรก : ผู้ให้เช่าซื้อ (หรือบริษัทไฟแนนซ์) จะคิดดอกเบี้ย ค่าผิดสัญญาผิดนัดชำระที่มีอัตราสูงกว่าปกติ แต่ก็จะไม่เกินอัตราของ MRR บวกเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10 ต่อปี และอาจจะมีเจ้าหน้าโทรเข้ามาสอบถามสถานะการและความเป็นไปถึงกำลังในการผ่อนชำระ
  1. หากผิดนัดงวดที่สอง : ดอกที่เพิ่มขึ้นก็ยังคงเพิ่มต่อไปเรื่อยๆ แต่จะเริ่มค่าติดตาม ค่าทวงถาม ค่าใช้จ่ายจิกจุกในการติดตามทวงหนี้เพิ่มขึ้นมา
  1. หากผิดนัดงวดที่สาม : หากเกินกว่าสามงวดเป็นเต้าจะมีการส่งจดหมายทวงถาม แจ้งเตือนในการยกเลิกสัญญา รวมไปถึงการสอบถามในเรื่องของการยึดรถเพื่อขายทอดตลาดอีกด้วย ซึ่งทางบริษัทไฟแนนซ์จะให้เวลาเจ้าของรถพอสมควรในการหาเงินมาจ่ายตามที่กำหนดไว้ให้ครบ เพื่อหลีกเลี่ยงการยึดรถ (แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงดอกเบี้ยอีกด้วย)

 

หากผ่อนรถไม่ไหวจริงควรจะทำอย่างไร ?

สำคัญคนที่เริ่มรู้ตัวเองแล้วว่า ตอนนี้กำลังประสบปัญหาและไม่สามารถมีกำลังในการแบกรับหนี้สิน ผ่อนรถ ต่อไปได้ไหวแล้ว ก็ควรจะมีการเตรียมตัววางแผนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาไม่ให้รถโดนยึด

  1. “ขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ไปให้ผู้อื่น” 

วิธีการนี้เป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่ายที่ สุดอีกทั้งยังได้เงินก้อนเพื่อนำไปปิดหนี้สินบางส่วนที่ค้างอยู่ รวมไปถึงเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ผ่อนต่อตามปกติ เพื่อไม่ให้ตัวคุณเองเสียประวัติและรถจะต้องโดนยึดขายทอดตลาดไปแบบเปล่าๆ

     2.“หากมีรถยนต์มากกว่าหนึ่งคัน ก็สามารถนำอีกคันช่วยเหลือคันที่กำลังผ่อนไม่ไหว”

สำหรับคนที่มีรถที่ผ่อนหมดแล้ว จนได้รับโอนกรรมสิทธิ์เจ้าของ (มีเล่มเขียม) แล้วก็สามารถนำรถคันไปยังสถาบันการเงินเพื่อขอกู้สินเชื่อเงินสด นำมาช่วยแบ่งเบาภาระผ่อนชำระของที่ยังกำลังผ่อนอยู่ได้เช่นเดียวกัน หรือถ้าเป็นไปได้ก็ควรตัดสินใจขายอีกคันไปก่อนเพื่อนำเงินมาแก้ปัญหาคันที่ยังผ่อนชำระไม่หมด

     3.“การรีไฟแนนซ์ช่วยได้”

วิธีการนี้ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สินได้ แถมยังมีดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย แต่อย่างน้อยวิธีการนี้จะสามารถช่วยยืดการผ่อนชำระให้ยาวไปกว้างเดิม ได้รับเงินก้อนมาปิดส่วนที่ค้างชำระอยู่ได้ “วิธีการนี้ถือว่าเป็นทางออกที่ดีสำหรับหลายคนที่เจอปัญหาฉุกเฉิน แต่ยังคงมีเงินและกำลังผ่อนชำระอยู่”

เมื่อจะต้องจ่ายค่างวด ก็จะต้องมีรายได้เพิ่ม

การแก้ปัญหาเรื่องกำลังในการผ่อนชำระนี้จะต้องแก้กันให้ตรงจุดมากที่สุด นั้นคือ “ค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระเพิ่มมากขึ้น ก็จำเป็นที่ต้องมีรายได้เพื่อมากขึ้นเช่นเดียวกัน” ซึ่งนี่คือหน้าที่ของเจ้าของรถทุกคนที่จะต้องแบกรับภาระหนี้สินก้อนโต ก้อนหนี้ให้รอดไปตลอดรอดฝั่ง

  1. ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกบ้าง

ในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายมากมาย ที่หลายไปโดยคุณเองก็ยังนึกไม่ถึง และนึกไม่ออกว่าไปซื้ออะไรบ้าง ทางที่ควรจะจัดทำบัญชีบันทึกค่าใช้จ่ายไว้บ้างเพื่อการควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลแบบจริงจัง “ถึงแม้ว่าจะซื้อรถมาใช้ แต่หากมีโอกาสก็แนะนำให้เลือกใช้บริการสาธารณะบ้างเพื่อลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าทางด่วน และค่าจุกจิกต่างๆ”

     2.ลองมองหารายได้เสริม

วิธีนี้ถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว ในเมื่อมีรถใช้แล้ว หากจะใช้รถเพื่อสร้างรายได้เสริมและนำมาผ่อนตัวเองก็ถือว่าเป็นทางออกที่ดีมากเลยทีเดียว “ซึ่งก็มีตัวเลือกมากมายให้ทำกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดท้ายขายของ หรือหากคุณไม่ค่อยได้ใช้รถก็ลองปล่อยรถให้เช่ารายเดือน รายวันดูบ้างก็ได้”

 อย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นว่า ทุกคนล้วนฝันอย่างจะมีอนาคตที่ดี อยากมีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น “หากรถยนต์คือคำตอบที่จะเติมเต็มสิ่งเหล่านั้น ตัวคุณเองซึ่งเป็นเจ้าของรถก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องประคองและรักษารถยนต์ของคุณไปตลอดรอดฝั่งให้ได้เช่นเดียวกัน” 

และมันจะดีกว่ามากถ้าก่อนที่จะเลือกซื้อรถยนต์สักคัน หรือบ้านสักหลัง จะต้องวางแผนการผ่อนชำระด้วยความมั่นใจไว้แล้วว่าจะสามารถส่งค่างวดได้ในทุกเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลายที่จะตามมาภายหลัง