เทคนิคการดูแลสุนัขชรา รางวัลอันล้ำค่าสำหรับเพื่อนที่แสนดี

hong-kong
16 ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวฮ่องกง
13/01/2017
เทคนิคการเลือกสุนัขเลี้ยง
เทคนิคการเลือกสุนัขเลี้ยง
17/02/2017
Show all

เทคนิคการดูแลสุนัขชรา รางวัลอันล้ำค่าสำหรับเพื่อนที่แสนดี

เทคนิคการดูแลสุนัขชรา-รางวัลอันล้ำค่าสำหรับเพื่อนที่แสนดี

เทคนิคการดูแลสุนัขชรา รางวัลอันล้ำค่าสำหรับเพื่อนที่แสนดี

เคยสังเกตหรือไม่ว่า เพื่อนซี้สี่ขาของคุณเริ่มมีขนขาวแซมอยู่บนใบหน้า หรือปะปนอยู่กับขนที่ขึ้นตามตัว ส่วนขนก็หยาบกระด้าง หลุดร่วงง่ายไม่เป็นมันวาวเหมือนอย่างเคย ซ้ำจากที่เคยชอบวิ่งเล่นออกกำลัง เดี๋ยวนี้กลับเอาแต่นอน ไม่กระฉับกระเฉง และดูจะเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ทั้งยังมีอาการไม่ร่าเริงแจ่มใส และมีการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมลดลง หากที่สังเกตเห็นทุกประเด็นเป็นคำตอบว่า “ใช่” นั่นหมายถึงเพื่อนที่แสนดีของคุณกำลังเริ่มที่จะเข้าสู่วัยชราแล้ว

สุนัขไม่ว่าจะสายพันธุ์ใด เมื่อครั้งยังเป็นเด็กก็ย่อมจะมีความน่ารักน่าเอ็นดูไปเสียทั้งหมด แต่เมื่อกาลเวลาค่อย ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไป การเติบโตขึ้นของลูกสุนัขก็อาจจะทำให้เจ้าของบางคนเริ่มที่จะคลายความรักความเอ็นดูที่มีต่อสุนัขเลี้ยงของตนลงไปได้ และนั่นก็ถือเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้มันไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดีเท่าที่ควร แต่ด้วยข้อเท็จจริงแล้ว ยิ่งสุนัขเริ่มมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่มากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะกับสุนัขที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยชรา เพราะระบบต่าง ๆ ในร่างกายเริ่มจะเสื่อมสภาพลงและเริ่มที่จะเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น

อาจกล่าวได้ว่า สุนัขที่เริ่มมีอายุมากขึ้นมักจะมีปัญหาในเรื่องความเสื่อมของระบบต่าง ๆ ทั้งการกิน การย่อยอาหาร รวมไปถึงระบบประสาทสัมผัส ได้แก่ การมองเห็น การได้กลิ่น การได้ยินเสียง ตลอดจนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อซึ่งส่งผลทำให้มีการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าลง นอกจากนี้ ในสุนัขบางตัวอาจมีอาการซึมเศร้าและเป็นโรคเบื่ออาหารร่วมด้วย หากเจ้าของปล่อยปละละเลยจนเกินไป จึงเห็นได้ว่า การดูแลสุนัขที่อยู่ในวัยชราจะต้องอาศัยทั้งการดูแลเอาใส่ใจ และความพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ เพราะสุนัขไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดให้คุณรับรู้ได้ว่ากำลังเจ็บป่วย จึงเป็นหน้าที่ของผู้เป็นเจ้าของที่จะต้องหมั่นสังเกตถึงความผิดปกติต่าง ๆ เพื่อจะได้รักษาเยียวยา หรือพาไปพบสัตวแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

สำหรับการดูแลเมื่อเจ้าตูบที่ล่วงวัยมาจนกระทั่งเป็นสุนัขแก่นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของจะต้องพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อตรวจหาปริมาณของเอนไซม์ในร่างกายที่จะบอกได้ว่าระบบต่าง ๆ ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีอยู่หรือไม่ ควรมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ เพื่อให้เกิดภูมิต้านทานต่อโรคที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่ โรคไข้หวัด ไข้หัดสุนัข โรคพิษสุนัขบ้า โรคพยาธิหัวใจ และควรถ่ายพยาธิให้กับสุนัขของคุณทุก ๆ 3 เดือนด้วย นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพของช่องปากก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหากมีฟันผุก็จะเป็นสาเหตุทำให้สุนัขกินอาหารได้น้อยลง จึงควรป้องกันด้วยการแปรงฟันหรือขูดหินปูนซึ่งจะช่วยลดอาการฟันผุ ที่อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือดอันเนื่องมาจากแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากได้ด้วย

อาหารสำหรับสุนัขในวัยชราก็ควรได้รับการเอาใจใส่มากเป็นพิเศษเช่นกัน โดยให้เน้นอาหารที่ย่อยง่าย และมีสารอาหารที่ครบถ้วน แต่มีไขมันน้อย โดยเสริมโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย เช่น อาหารที่มีส่วนผสมของไข่ เนื้อปลา หรือเนื้อไก่ เป็นต้น นอกจากนี้คือจะต้องให้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะสุนัขชรามักไม่ค่อยเคลื่อนไหว การให้อาหารที่มากเกินความจำเป็นก็อาจทำให้มีน้ำหนักเกิน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อหัวใจ ปอด กล้ามเนื้อ และข้อต่อต่าง ๆ ได้ ส่วนน้ำดื่มก็ต้องสะอาดและให้ในปริมาณที่เพียงพอ รวมทั้งควรวางไว้ใกล้ ๆ เพื่อให้สุนัขเดินมาดื่มได้สะดวกยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อม ก็เป็นปัจจัยก่อความเครียดให้กับสุนัขในวัยนี้ได้เช่นกัน จึงควรดูแลที่หลับที่นอนของสุนัขให้มีความอบอุ่น มีอากาศถ่ายเทสะดวก และควรพาเจ้าตูบของคุณไปออกกำลังกายเบา ๆ บ้าง เช่น เดินเล่นในสวน หรือจะใช้วิธีการบำบัดร่วมด้วย ก็จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและข้อต่อ รวมทั้งส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้นและมีชีวิตอยู่กับคุณไปตราบนานเท่านาน