เทคนิคการดูแลสุนัขตั้งครรภ์และหลังคลอด

เทคนิคการให้อาหารสุนัข-สาระดี-ๆ-ที่เจ้าของพึงรู้และปฏิบัติ
เทคนิคการให้อาหารสุนัข สาระดี ๆ ที่เจ้าของพึงรู้และปฏิบัติ
24/02/2017
เทคนิคการเลี้ยงสุนัขให้เติบโตอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดี
เทคนิคการเลี้ยงสุนัขให้เติบโตอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดี
16/03/2017
Show all

เทคนิคการดูแลสุนัขตั้งครรภ์และหลังคลอด

เทคนิคการดูแลสุนัขตั้งครรภ์และหลังคลอด

เทคนิคการดูแลสุนัขตั้งครรภ์และหลังคลอด

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเลี้ยงสุนัขเพศเมีย หรือมีสุนัขเพศเมียอยู่ในบ้าน ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของสุนัข เพราะสุนัขเพศเมียที่มีอายุตั้งแต่ 6-7 เดือนขึ้นไปจะมีช่วงเวลาที่เป็นสัดทุก ๆ 6 เดือน หรือราว 2 ครั้งต่อปี โดยมีระยะเวลาของการเป็นสัดนาน 20 วัน ดังนั้น ถ้าสุนัขของคุณกำลังอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ควรดูแลจัดที่ทางที่เป็นสัดส่วนให้กับมัน หากคุณไม่ต้องการให้เกิดการผสมพันธุ์กันขึ้น

อย่างไรก็ดี ยังมีเจ้าของสุนัขอยู่ไม่น้อยที่ปรารถนาจะเห็นชีวิตน้อย ๆ เกิดขึ้นในบ้าน ก็ควรเข้าใจว่าสุนัขเพศเมียที่เริ่มท้องใหม่ ๆ มักมีอาการเซื่องซึม ชอบอยู่เงียบ ๆ และแยกตัวออกจากกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น หากมันไม่กินอาหารอยู่ราว 1-3 สัปดาห์ก็อย่าได้กังวลใจ เพราะนั่นเป็นธรรมชาติของการเบื่ออาหาร แต่พอพ้นจากระยะนี้ไปแล้ว มันก็จะกลับมากินอาหารตามปกติ

สุนัขจะมีอายุครรภ์ประมาณ 9 สัปดาห์ แต่พอตั้งครรภ์ไปได้ 1 เดือนแล้ว ก็ควรทำการถ่ายพยาธิและพยายามอย่าลูบคลำหรือบีบท้องของมันเล่นบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการแท้งลูก และเมื่อสุนัขมีอายุครรภ์ได้ 8 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนก่อนคลอด ก็ควรเพิ่มปริมาณอาหารให้กับแม่สุนัขให้มากขึ้น เพื่อให้สุนัขมีสารอาหารเพียงพอสำหรับลูกสุนัขที่อยู่ในครรภ์ โดยเมื่อครบกำหนดคลอดแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่าสุนัขเริ่มจะสงบนิ่งมากขึ้นและมีน้ำเมือกขาวใสออกมาทางช่องคลอด อันเป็นการส่งสัญญาณว่าลูกสุนัขน้อย ๆ กำลังจะเกิดมาบนโลกในไม่ช้านี้

แน่นอนว่าคุณกำลังจะกลายเป็นคุณหมอจำเป็น เพราะจะต้องคอยดูว่าสุนัขของคุณคลอดปกติหรือไม่ โดยจะโผล่หัวและขาออกมาก่อน จากนั้นเมื่อหลุดออกมาทั้งตัวแล้วลูกสุนัขจะถูกหุ้มอยู่ในถุงเยื่อเหนียว ๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องตัดให้ขาด ไม่เช่นนั้นลูกสุนัขอาจเสียชีวิตได้ โดยเมื่อลูกสุนัขออกมาจากถุงเยื่อได้แล้ว ก็ต้องทำการตัดสายสะดือ ด้วยการใช้ด้ายมัดสายสะดือโดยวัดให้ห่างจากสะดือราว 1 คืบ แล้วใช้มีดที่คมและสะอาดตัดสายสะดือออก จากนั้นจึงเช็ดด้วยทิงเจอร์ไอโอดีนให้กับลูกหมา เพียงเท่านี้สมาชิกตัวน้อย ๆ ก็จะลืมตาตื่นขึ้นบนโลกได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ดี หากเวลาผ่านไปราว 2-3 ชั่วโมงภายหลังจากมีอาการเบ่งท้องคลอดแล้ว แม่สุนัขยังไม่สามารถเบ่งเจ้าตัวน้อยออกมาได้ ก็ควรรีบแจ้งให้สัตวแพทย์มาจัดการโดยด่วน ไม่เช่นนั้นแม่สุนัขอาจเสียชีวิตได้

แต่ถ้าการคลอดสำเร็จและผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สัก 2-3 ชั่วโมง เจ้าของควรหานมหรืออาหารเหลวให้กับแม่สุนัขเพื่อช่วยบำรุงร่างกาย จากนั้นควรเตรียมที่นอนสำหรับแม่และลูกสุนัขที่สะอาด โดยหาผ้าหนา ๆ มาปูเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับลูกสุนัขด้วย ในระยะแรกนี้ อาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกสุนัขก็คือนมจากแม่ของมัน และคุณควรปล่อยให้มันได้อยู่ในความดูแลของแม่มันจะดีที่สุด เพราะแม่สุนัขจะกระตุ้นให้ลูก ๆ ขับถ่ายด้วยการเลีย คุณจึงมีหน้าที่ทำความสะอาดโดยการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน รวมทั้งใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวให้ลูกสุนัขทุกวันและอย่าอาบน้ำให้กับลูกสุนัขเป็นอันขาด นอกจากนี้ ยังต้องคอยดูแลทำความสะอาดรอบ ๆ บริเวณดวงตา ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำยาล้างตาบอริก (Boric Acidsolution 2%) เช็ดเบา ๆ จากขอบตาไปหางตา เพื่อป้องกันขี้ตาแฉะและโรคตาแดง

เมื่อลูกสุนัขอายุได้ 1-2 เดือนจะเริ่มซุกซน ชอบกิน ชอบเล่น และชอบกัดแทะสิ่งต่าง ๆ เจ้าของอาจเสริมด้วยนมผงชงผสมกับไข่ไก่ได้ โดยเมื่อคุณให้นมแก่ลูกสุนัขกินในชาม หากมันอิ่มและกินไม่หมด ก็ให้เททิ้งไปและทำความสะอาดชามนั้นทันที ทั้งนี้ก็เพื่อฝึกให้มันไม่ตะกละและป้องกันไม่ให้มันได้กินของเสียหรือบูดเน่า และควรหาของเล่นสำหรับสุนัขมาไว้ให้มันกัดเล่นสัก 1-2 ชิ้น เพื่อป้องกันข้าวของเสียหาย รวมทั้งฝึกการขับถ่ายให้เป็นทิศเป็นทางด้วย ที่สำคัญคือ คุณควรปรึกษากับสัตวแพทย์อยู่เสมอ ถึงการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิต้านทาน และป้องกันโรคตับอักเสบ รวมไปถึงโรคไข้หัดสุนัข และควรโอบอุ้มลูกสุนัขขึ้นเล่นบ้าง เพราะนอกจากจะเป็นการให้ความรัก ความอบอุ่นกับมันแล้ว ยังสามารถตรวจสอบความผิดปกติ หรือบาดแผลที่เกิดขึ้นที่ตัวมันได้ดี