เทคนิคการเลี้ยงสุนัขให้เติบโตอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดี

เทคนิคการดูแลสุนัขตั้งครรภ์และหลังคลอด
เทคนิคการดูแลสุนัขตั้งครรภ์และหลังคลอด
09/03/2017
กิจการเช่ารถ-ธุรกิจมาแรง
กิจการเช่ารถ ธุรกิจมาแรง
30/03/2017
Show all

เทคนิคการเลี้ยงสุนัขให้เติบโตอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดี

เทคนิคการเลี้ยงสุนัขให้เติบโตอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดี

เทคนิคการเลี้ยงสุนัขให้เติบโตอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดี

ด้วยธรรมชาติของสุนัขที่มักอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม สุนัขจึงมี “ความเป็นมิตร” เป็นพื้นฐานของลักษณะนิสัย ทั้งยังมีประสาทการรับรู้ที่ไวและดีเยี่ยม มันจึงมักจะเห่าและขู่ หรือเอาตัวเข้าปกป้องเมื่อมีภัย หรือมีคนร้ายคนแปลกหน้าเข้ามาหา สุนัขจึงเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของ “ความซื่อสัตย์” และมี “ความจงรักภักดี” ต่อผู้เป็นเจ้าของ และด้วยเหตุผลดังกล่าวมานี้ “สุนัข” จึงกลายเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของมนุษย์ไปโดยปริยาย

และถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เลี้ยงสุนัข ก็ควรมอบความรักความเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดให้มากสักหน่อย เพราะถ้าสุนัขรู้สึกว่ามันเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวของคุณ มันก็จะเป็นสุนัขที่นิสัยดี ไม่ก้าวร้าว ขี้ระแวง ทั้งยังเลี้ยงง่ายและสามารถฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งจากเจ้าของได้ดีอีกด้วย

ดังนั้น นอกเหนือไปจากอาหารการกินที่จะทำให้เจ้าตูบเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงแล้ว ความรักจากผู้เลี้ยงก็ย่อมเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้สุนัขมีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สำหรับการเลี้ยงสุนัขให้เติบโตอย่างมีสุขภาพกายและใจที่ดีนั้น มีเทคนิคสำคัญ ๆ ดังนี้

  1. ดูแลให้มีภูมิต้านทานโรคอยู่เสมอ ด้วยการพาไปฉีดวัคซีนที่จำเป็นตามช่วงอายุ รวมทั้งดูแลเรื่องความสะอาดของที่นอน เห็บ หมัด และป้องกันอย่าให้ถูกยุงกัด เพราะอาจทำให้เป็นโรคผิวหนัง หรือโรคในสุนัขที่มียุงเป็นพาหะได้
  1. หมั่นพาสุนัขออกไปเดินเล่นในสนามกว้าง ๆ นอกบ้านบ้าง โดยเฉพาะช่วงเวลาตอนเย็นเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง จำไว้ว่า พื้นที่หรือบริเวณที่ว่างเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุนัขทุกตัว เพราะถ้าหากมันถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่ที่จำกัด หรืออยู่แต่ในบ้าน สุนัขก็จะมีแนวโน้มเซื่องซึม ไม่สดใส ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพและพฤติกรรมในที่สุด อย่างไรก็ดี สนามหรือลานกว้างนั้นควรเป็นสถานที่ที่ไม่มีรถวิ่งกันขวักไขว่ หรือเป็นที่ที่มีเสียงดังจนเกินไปด้วย
  1. รู้จักสังเกตพฤติกรรมและความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสุนัข เพราะมันไม่สามารถจะบอกคุณได้เวลาที่มันเจ็บป่วย ดังนั้น หากสังเกตเห็นว่าวันใดเพื่อนซี้ของคุณมีจมูกแห้ง ลอก นอนซมทั้งวัน ไม่ร่าเริง หรือวิ่งเล่นเหมือนปกติก็สันนิษฐานได้ว่า สุนัขของคุณกำลังเป็นไข้ ควรดูว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี
  1. ดูแลสุขภาพของช่องปากและใบหูให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ ใบหูของสุนัขยังมีความอับชื้นและสกปรกง่าย จึงควรหมั่นดูแลทำความสะอาดอย่าให้มีขี้หูมาก เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และควรอาบน้ำด้วยแชมพูสำหรับสุนัขเพื่อป้องกันเห็บหมัด และดูแลสุขภาพขนให้สวยเงางาม โดยควรอาบน้ำ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังแห้งเกินไป
  1. เมื่อสุนัขทำในสิ่งที่คุณไม่ชอบ อย่าลงโทษด้วยการตีหรือเตะ แม้สุนัขนั้นจะมีร่างกายที่ใหญ่โตหรือแข็งแรงเพียงใด เพราะนั่นอาจทำให้มันกลายเป็นสุนัขที่ขี้ขลาด หรือก้าวร้าวดุร้ายได้ การลงโทษที่ดีที่สุดจึงเป็นการดุด้วยน้ำเสียงเข้ม ๆ หนัก ๆ ภายในช่วงเวลาที่สุนัขทำผิด และถ้าหากดุแล้วยังคงมีพฤติกรรมเช่นเดิม การตีด้วยม้วนกระดาษหนา ๆ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้มันเข็ดหลาบขึ้นได้

มีงานวิจัยหลายงานสรุปตรงกันว่า สุนัขที่ได้รับการเลี้ยงดูจากเจ้าของจะมีอายุที่ยืนยาวกว่าสุนัขจรทั่วไป แต่อายุที่ยืนยาวกว่านั้นก็ควรควบคู่ไปกับการมีร่างกายที่แข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย ดังนั้น หากปรารถนาที่จะให้สุนัขของคุณเติบโตอย่างมีความสุข ร่าเริงแจ่มใส และมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ก็ควรดูแลให้ถูกทิศทางด้วยเทคนิควิธีการดังกล่าว ซึ่งเป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะทำให้บรรดาเพื่อนซี้สี่ขาอยู่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคุณไปนาน ๆ