เลือกซื้อประกันภัยรถยนต์อย่างไรให้โดนใจ !

รถหาย
4 วิธีติดตามรถหายเห็นผลทันตา ได้รถคืนแน่นอน !
10/12/2016
ผ่อนรถ
ทำอย่างไร ? เมื่อผ่อนรถไม่ไหว !
28/12/2016
Show all

เลือกซื้อประกันภัยรถยนต์อย่างไรให้โดนใจ !

ประกันภัยรถยนต์

เลือกซื้อประกันภัยรถยนต์อย่างไรให้โดนใจ !

 ปัญหาคาใจของใครหลายคน หลังจากซื้อรถยนต์มาใช้กันแล้ว จะเลือกซื้อประกันภัยอย่างไรให้โดนใจ ทั้งจะเลือกซื้อและวิเคราะห์ด้วยตัวเองก็อาจจะเกิดความสับสนกับภาษาที่แสนจะเป็นทางการ ศัพท์แต่ละคำล้วนเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไปเช่นพวกเราทุก รายละเอียดที่แสนละเอียดมากมายเป็นสิบหน้ากระดาษ บางครั้งถึงอ่านทั้งหมดก็ใช้ว่าจะเข้าใจได้ละเอียด

ประกันภัยรถยนต์

ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจกันเสียก่อนว่า “การทำประกันภัยของรถยนต์นั้นจะแยกออกเป็นสองประเภทเป็นหลัก โดยประเภทแรกที่หลายคนต้องมีนั้นคือ พระราชบัญญัติประกันภัยรถยนต์ ภาคบังคับ (พ.ร.บ. ที่จะต้องมีและต่ออายุกันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว) ส่วนอีกประเภทหนึ่งเรียกว่าการทำประกันภัยภาคสมัครใจ

การทำประกันภาคสมัครใจ หรือประกันภัยที่ผู้ขับขี่มักฝากความปลอดภัย ความสบายใจ ไว้ให้กับบริษัทประกันภัยดูแล แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เกิดความสับสนของผู้ขับขี่เองและรวมไปถึง ลูกเล่นของบริษัทประกันภัยที่มักมีแอบแฝงจนทำให้ผู้ขับขี่ปวดหัวกันอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้เรื่องทำให้หลายคนสับสนมากที่สุดเลยนั้นก็คือ “การจ่ายเบี้ยประกัน ทำไมถึงถูก ถึงแพง อัตราการเพิ่มขึ้นและการปรับลดของเบี้ยประกัน รวมไปถึงจ่ายเท่าไรได้ประเภทไหน และคุ้มครองอะไรบ้าง”

รถชน

อัตราการเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยนั้น โดยมากจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และปัจจัยโดยรวมที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์และผู้ขับขี่เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุของรถยนต์และอายุของผู้ขับขี่ตามเอกสารที่แจ้งแก่บริษัทประกันภัย (ตามมาตรฐานของการคิดอัตราเบี้ยประกันของบริษัทประกันภัย) ประเภทของรถยนต์ก็มีผลเป็นอย่างมากต่อการคิดคำนวณเบี้ยประกัน เพราะเนื่องจากการเปรียบเทียบจากราคาของรถยนต์ ราคาของค่าซ่อมแซมเมื่อเกิดอุบติเหตุ ก็จะมีผลต่อเบี้ยประกันมากพอสมควร “แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยประกันภัยจะถูกหรือแพงแตกต่างกันนั้นก็คือ ประเภทของประกันภัย”

ของแตกต่างของประกันภัยภาคบังคับและประกันภัยภาคสมัครใจ นั้นก็คือความหลากหลายของประเภทประกันภัยที่ทางบริษัทประกันภัยจะมีให้ผู้ขับขี่ได้เลือกที่เหมาะสมกับการขับขี่ของตัวเองมากที่สุด โดยประกันภัยภาคสมัครใจจะแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหรือ 5 ชั้นดังนี้

 ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทที่ 1 หรือประกันภัยชั้น 1

ประกันภัยประเภทที่เหมาะสมกับรถยนต์ใหม่เป็นอย่างมาก โดยประกันภัยประเภทนี้จะเป็นประกันภัยแบบ “กรมธรรม์คุ้มครองรวม” ที่สามารถให้ความคุ้มครองต่อชีวิต และร่างกายของผู้ที่ได้รับความเสียหาย ถ้าจะให้เรียกและทำความเข้าใจกันง่ายๆเลยก็คือ ไม่ว่าคุณจะผิดหรือถูกประกันภัยก็จะซ่อมให้ทั้งรถยนต์ของคุณและคู่กรณี (ในกรณีคุณเป็นฝ่ายผิด) โดยมีอัตราการชดเชยค่าเสียหายสูงสุดไม่เกิด 300,000 บาทต่อครั้ง อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองในกรณีรถยนต์สูญหาย ตัวรถยนต์ถูกไฟไหม้ อีกด้วย

 ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทที่ 2 หรือประกันภัยชั้น 2

สำหรับประกันภัยประเภทนี้จะแตกต่างกับประเภทแรกในส่วนที่ว่า หากตัวคุณเองเป็นฝ่ายผิด ประกันภัยจะรับผิดชอบคู่กรณีผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ ให้ทั้งชีวิตและร่างกาย รวมไปถึงการซ่อมแซมรถยนต์ที่เสียหายของคู่กรณีอีกด้วยโดยมีอัตราการชดเชยค่าเสียหายสูงสุดไม่เกิด 300,000 บาทต่อครั้ง  อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองในกรณีรถยนต์สูญหาย ตัวรถยนต์ถูกไฟไหม้ด้วยเช่นเดียวกัน

Car seller with car buyer looking at electronic tablet

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทที่ 3 หรือประกันภัยชั้น 3

ประกันภัยประเภทนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมกับรถที่มีอายุการใช้งานสูงเป็นอย่างมาก เพราะรายละเอียดของกรมธรรม์หรือความคุ้มครองนั้นจะแตกต่างกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 อยู่แค่ ไม่ได้ให้ความคุ้มครองในกรณีรถยนต์สูญหาย ตัวรถยนต์ถูกไฟไหม้ เพียงเท่านั้น “แต่ก็ยังคงให้ความคุ้มกับคู่กรณีอย่างเต็มที่”

 ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทที่ 4 หรือประกันภัยชั้น 4

สำหรับการทำประกันภัยประเภทนี้ จะคุ้มครองความเสียหายของทรัพย์สินคู่กรณีเท่านั้น หรือหากเกิดอุบัติเหตุจะซ่อมให้แค่รถยนต์ที่เสียหาย โดยไม่คุ้มครองค่ารักษาและชดเชยความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายคู่กรณี ในวงเงินการชดเชยสูงสุดเพียง 100,000 บาทเท่านั้น

 ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทที่ 5 หรือประกันภัยชั้น 5

ทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ กับประกันภัยประเภทนี้  จะมีส่วนพิเศษเพิ่มเติมจากประกันภัยชั้น 3 อยู่ในส่วนที่ว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะต้องมีคู่กรณีเท่านั้น โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าเสียหาในการซ่อมแซมรถยนต์ของผู้เอาประกันและคู่กรณีด้วยกันทั้งคู่ในวงเงินการชดเชยสูงสุด 300,000 บาท “แต่หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด อาจจะมีการหักและปรับการชดเชยบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในกรมธรรม์อีกทีหนึ่ง

Traffic accident - one driver on the mobile phone, second expressing anger

การที่ได้กล่าวมาทั้งหมด น่าจะช่วยสร้างความเข้าใจได้มากพอสมควร เพียงพอที่จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจว่าประกันภัยประเภทไหน ชั้นไหนถึงจะเหมาะสมกับการขับขี่ สภาพรถ สภาพการใช้งาน ของตัวคุณเองมากที่สุด ว่าตัวคุณนั้นจ่ายเบี้ยประกันไปในจำนวนเท่านี้ จะได้การคุ้มครองอะไรบ้างในประเภทชั้นประกันภัยที่เลือกไป รวมไปถึงการปรับลดอัตราของเบี้ยประกันภัยว่า หากคุณไม่ได้เข้ารับเคลมประกันเลยจะมีการปรับลดอย่างไร รวมไปถึงหากคุณเข้ารับการเคลมจะมีอัตราเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้นเท่าไร “ข้อควรจำก็คือ ควรจะต้องรอบคอบและสอบถาม ข้อตกลงกับตัวแทนจำหน่ายประกันหรือบริษัทประกันภัยอยู่ให้เข้าใจและถี่ถ้วน ก่อนที่จะต้องลงเซ็นซื้อประกันภัย เพราะไม่เช่นนั้นคุณจะต้องปวดหัวกับหลากหลายของจำกัดของประกันภัยอย่างแน่นอน