แกะรอยประวัติศาสตร์ ดอยสุเทพ กับรถเช่าเชียงใหม่

ร้านอาหาร
6 ร้านอาหาร สุดยอดที่เชียงใหม่ เปิด 24 ชั่วโมง
30/03/2016
รถเช่าเชียงใหม่
กลางคืนกินไรดี ที่เชียงใหม่ ไปด้วยรถเช่าเชียงใหม่
04/04/2016
Show all

แกะรอยประวัติศาสตร์ ดอยสุเทพ กับรถเช่าเชียงใหม่

แกะรอยประวัติศาสตร์ดอยสุเทพกับรถเช่าเชียงใหม่

เดินทางด้วยรถเช่า แกะรอยประวัติศาสตร์วัดพระธาตุ ดอยสุเทพ คราวนี้จะนำคุณย้อนเส้นทางในการก่อตั้งวัดพระธาตุดอยสุเทพซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากือนากษัตริย์พระองค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์มังราย ราวปี พ.ศ.1926โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่หลังช้างมงคลแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้เทวดาช่วยนำพาช้างไปสู่สถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่เหมาะสม ช้างมงคลนั้น “แส่นสะเคียน” คือร้องขึ้น 3 ครั้ง แล้วเริ่มเดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของเมือง โดยคุณสามารถเริ่มออกเดินทางด้วย รถเช่าเชียงใหม่ จากประตูหัวเวียง(ประตูช้างเผือก) ซึ่งในอดีตนั้นพระเจ้ากือนาและพระมหาสุมนะ พร้อมทั้งพญาลิไท จากสุโขทัย เหล่าเสนาอำมาตย์ ข้าราชบริพารต่างประโคมฆ้อง กลอง ตามหลังช้างไป ซึ่งเชื่อว่าหากช้างหยุดลงและยอบ(หมอบ) ณ ที่ใดก็จะได้นำพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน ณ ที่แห่งนั้น (เส้นทางที่ช้างเดินผ่านนั้นเป็นเส้นทางเดินทางอ้อมด้านหลังของสวนสัตว์เชียงใหม่ในปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เส้นทางถนนที่ใช้สัญจรขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพปัจจุบัน ซึ่งทางเส้นใหม่นี้ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มให้ก่อสร้างขึ้นในภายหลัง)ขับรถเช่าเชียงใหม่ไปดูเส้นทางนี้ได้โดยไปทางด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จนสุดทางจะเจอทางแยกให้เลี้ยวรถเช่าเชียงใหม่ไปทางขวาผ่านวัดฝายหินขึ้นไปเพื่อให้เห็นภาพเหมือนในอดีต และเมื่อช้างมงคลได้เดินไปตามทางนั้นจะมีบางจุดที่ช้างได้หยุดลงและยืนรออยู่ พระเจ้ากือนาและคณะผู้ติดตามต่างก็ใจจดใจจ่อว่าช้างจะยอบ(หมอบ)ลงหรือไม่ ซึ่งหากช้างหมอบและแส่นสะเคียน 3 ที ก็จะได้นำการนำพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานลง แต่การณ์กลับไม่เป็นไปอย่างนั้น ช้างยังคงเดินต่อไปและหยุดลงเป็นครั้งถึง 3 ครั้ง จนกระทั่งครั้งที่ 4 ช้างก็ได้หยุดและยอบลงพร้อมกับแส่นสะเคียน 3 ที เป็นสัญญาณ จึงได้ทำการนำพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน ณ สถานที่แห่งนั้น ซึ่งก็คือสถานที่ตั้งวัดพระธาตุดอยสุเทพในปัจจุบันนี้เอง

ดอยสุเทพ

หลังจากประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและสร้างวัดพระธาตุ ดอยสุเทพ แล้ว พระเจ้ากือนาได้โปรดให้สร้างวัดรายทางตามจุดที่ช้างได้หยุดพักลงนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้คนระลึกนึกถึงประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองอีก 3 วัด รวมกับวัดพระธาตุดอยสุเทพเป็น 4 วัดและได้ตั้งชื่อวัดตามระดับของอริยบุคคลคือ 1.วัดโสดาปันนาราม(วัดศรีโสดา) 2.วัดสกทาคามีวนาราม(วัดผาลาด) 3.วัดอนาคามีวนาราม(วัดม่อนพญาหงส์) และ 4.วัดอรหันต์(วัดพระธาตุดอยสุเทพ) จุดที่ช้างได้หยุดพักก็คือจุดที่ตั้งวัดทั้ง 4 แห่งนั้นเป็นจุดที่สามารถมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน เปรียบดังเทวดาที่มองลงมายังโลกมนุษย์ ว่ากันว่าผู้ที่จะบวชกว่าจะได้ขึ้นไปจำวัดที่วัดพระธาตุดอยสุเทพนั้นจะต้องผ่านการฝึกปฏิบัติตามวัดต่างๆทั้ง 3 วัดเสียก่อน โดยเมื่อเริ่มบวชก็ต้องเริ่มจำวัดที่วัดโสดาปันนารามก่อน มีการปฏิบัติตามกิจของสงฆ์ทุกประการ ทั้งทำวัด เดินเท้าตามทางเดินเท้าเพื่อบิณฑบาตเพียงบาตเดียว มีการฝึกจิตฝึกตน ให้มีความเชื่อมั่นในศีลในธรรมก่อน เมื่อปฏิบัติได้ถึงระดับแล้วจึงจะสามารถย้ายไปจำวัดต่อที่วัดสกทาคามีวนารามต่อไปที่วัดนี้ก็จะเพิ่มระดับการปฏิบัติโดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือการลดกามราคะและปฏิฆะ(การกระทบกระทั่งใจ) โดยกิจอย่างอื่นก็ยังคงปฏิบัติอยู่เช่นเดิม ถ้าสามารถปฏิบัติได้ถึงระดับแล้วจึงจะสามารถย้ายไปจำวัดต่อยังวัดอนาคามีวนารามที่วัดนี้เป็นวัดสุดท้ายก่อนจะไปจำวัดต่อยังวัดอรหันต์ เป็นวัดที่มีการปฏิบัติอย่างเข้มงวดคือจะต้องตัดความพึงพอใจทุกอย่างออกไป(สังโยชน์เบื้องสูง) ซึ่งถือเป็นกิเลสที่ละเอียดอ่อนมาก  พระสงฆ์ที่จำวัดแห่งนี้ที่ยังปฏิบัติไม่ได้นานๆจนกระทั่งมรณภาพไปก็มากมาย ซึ่งพระสงฆ์ที่จะสามารถย้ายไปจำวัดที่วัดอรหันต์ต่อได้ต้องละสังโยชน์ถึง 10 ประการด้วยกัน การกำหนดการปฏิบัติดังกล่าวถือเป็นกุศโลบายอันยอดเยี่ยมเพื่อให้การออกบวชและระดับการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงอรหันต์นั้นเป็นรูปธรรมได้เป็นอย่างดี ตามประวัติที่เล่ากันต่อๆมานั้นอาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ที่น่าสนใจคือตามเส้นทางเดินเท้าไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพนั้นพบร่องรอยของสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอยู่จริง วัดดังกล่าวก็มีอยู่จริง ยกเว้นเพียงวัดอนาคามีวนารามซึ่งเป็นวัดที่สาบสูญไปจากประวัติศาสตร์อันน่าประทับใจเหล่านี้ บ้างก็ว่ากลายเป็นสวนพุทธธรรม บ้างก็ว่ากลายเป็นป่าช้าของเหล่าพระสงฆ์ จริงเท็จประการใดยังไม่ได้รับการยืนยัน ต้องรอหลักฐานต่างๆเพื่อสนับสนุนกันต่อไป

ทีนี้การเดินทางต่อเพื่อไปยังเที่ยวชมวัดดังกล่าวทั้ง 4 นั้น ในปัจจุบันสามารถเดินทางไปถึงได้โดยง่าย เมื่อเริ่มออกเดินทางจากประตูช้างเผือกที่มีอนุสาวรีย์ช้างเผือกก็มุ่งหน้าสู่เส้นทางขึ้นดอยสุเทพทางถนนห้วยแก้ว เมื่อผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยก็จะพบวัดแรกคือวัดศรีโสดาก็สามารถนำ รถเช่า ขึ้นไปจอดด้านบนวัดได้เข้าไปดูจะพบว่ามีเจดีย์ทรงพื้นเมืองล้านนา จากนั้นขับรถขึ้นไปตามเส้นทางต่อไปจนถึงวัดผาลาดซึ่งอยู่ห่างขึ้นไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่ทางฝั่งซ้ายมือเลี้ยวรถไปจอดในวัดได้เลย คุณจะพบว่าวัดผาลาดเป็นวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้ป่าเขาที่เงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ลองเข้าไปเดินชมบรรยากาศภายในจะพบว่าเป็นศิลปะแบบล้านนาเช่นกันไม่ได้ก่อสร้างให้ใหญ่โตเพราะเป้าหมายคือให้ผู้มาปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุธรรมที่สูงขึ้น จากนั้นเดินทางด้วยรถเช่าเชียงใหม่ต่อขึ้นไปยังวัดม่อนพญาหงส์ซึ่งเชื่อกันว่าอยู่ใกล้ๆกับหอดูดาวสิรินธร แต่ไม่มีบริเวณวัดให้เห็นแล้ว เหลือเพียงซากเจดีย์และซากวิหารเล็กๆเท่านั้น และสุดท้ายก็เดินทางด้วย รถเช่าเชียงใหม่ ขึ้นไปยังวัดอรหันต์หรือวัดพระธาตุดอยสุเทพ กราบนมัสการองค์พระเจดีย์ ลองจินตนาการดูว่ากว่าที่ใครสักคนจะสามารถขึ้นมาปฏิบัติธรรมจำวัดอยู่บนนี้ต้องมีความเพียรขนาดไหน ทั้งต้องมีความอดทนทั้งร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมากทีเดียว ซึ่งในปัจจุบันไม่มีประเพณีแบบนี้หลงเหลืออยู่แล้ว เป็นที่น่าเสียดายที่เก็บไว้ได้เพียงแค่ความทรงจำและร่องรอยประวัติศาสตร์เท่านั้น จึงอยากให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายเก็บข้อมูลและนำไปบอกเล่าให้ผู้สนใจได้รับรู้กันต่อๆไปครับ